“มีแฟนแล้วหรอ? แล้วไงอ่ะ มะ หาเด็กกัน”

นี่บอกก่อนเลย ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกมาครึ่งชาติแล้ว เพราะมัวแต่คิดว่า เออ เดี๋ยวหาข้อมูลก่อน เออ เดี๋ยววางโครงเรื่องวางเอาท์ไลน์ใส่บูลเล็ทหัวข้อก่อน เออ ไหนจะ grammar check อีกล่ะมึง โอ๊ยยังไม่อยากเขียนเลยว่ะ ยังไม่มี mood จะเขียน กลัวเขียนออกมาแล้วภาษาอ่อนง่อย สุดท้าย ห่า แล้วไง แม่งไมได้เขียนสักคำ

ก็เลยเอาวะ ไม่ต้องมาพะวงว่าจะทำยังไงให้บล็อกมันเพอร์เฟคอะไรขนาดนั้นหรอก ตราบใดที่เราก็ไม่ได้ทำมาหากินจากการเขียน จะให้มันสวยหรูไปทำไมวะ เพราะถ้าเนื้อหามันไปสะกิดต่อมละอายใจ หรือจี้ใจดำใครเข้าอ่านะ เขียนดีแม่งคนก็ด่า เขียนแย่คนก็ด่าอยู่ดี เขียนๆไปเหอะ นึกอะไรก็พิมพ์ใส่ note ไว้นั้นแหละ เน้นเขียนให้สม่ำเสมอเข้าไว้

โอเค เรื่องราวที่จะนำมาเขียนวันนี้ก็คือ  เรื่องสามัญประจำออฟฟิศที่ชนชั้นแรงงานอย่างพวกเราน่าจะเคยๆได้ยินมาบ้างแหละ เกี่ยวกับการเชียร์ให้คนมีแฟนอยู่แล้วไปคุยกับคนอื่น โดยเฉพาะกับเด็กใหม่ โอ้โหหหหห ออกนอกหน้ากันทั้งหมู่คณะอ่ะ สถานการณ์ก็ง่ายๆ อย่างเช่น มีเด็กใหม่น่ารักๆเข้ามา มีเพื่อนร่วมงานผู้ชายหนึ่งคนในแผนกมีแฟนหรือเมียอยู่แล้ว จากนั้น เพื่อนร่วมงานผู้หญิงด้วยกัน ยิ่งถ้าเป็นหัวหน้าเป็นผู้หญิงด้วยนี่ตัวดีเลย ก็จะเริ่มเชียร์ให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานผู้ชายด้วยกันไป “หยอด” เด็กใหม่ เสร็จแล้วก็จะเป็นศูนย์กลางในการถูกแซวในฝูงคณะ อ่ะ ยกตัวอย่างเช่น

(พรงญ = เพื่อนร่วมงานผู้หญิง , พรงช = เพื่อนร่วมงานผู้ชาย)

พรงญ 1: “เฮ้ยๆ เด็กใหม่อ่ะ ไปทักเปล่าาาาา? *สะกิดพรงช* ทักแล้วขอไลน์เลยๆ”

พรงช 1 (มีแฟนอยู่แล้ว): “พี่ๆ ผมว่าน้องเค้าดูเด็กไปน่า”

พรงญ 2: “แหม่ ระดับนี้ ไม่ลองดูหน่อยหรอ? สเป๊คพี่ *พรงช A* เลยนี่”

พรงช 1: “แต่เค้าจะมีแฟนแล้วเปล่าไม่รู้ดิ”

พรงช 2 (นี่ยังไม่มีแฟน): “ถ้าพี่ไม่เอา ผมเดินเกมส์ก่อนเลยนะ”

พรงญ 3: “อ้าว ยอมได้หรอ *พรงช A* ยังงี้เปิดดวลกันเลยไหม?”

พรงช 1: “ได้ไงๆ จะดวลยังไงๆ ท้าเปล่าๆ”

พรงญ 2: “ลองเลยมะ ไปหยอดไว้ก็ไม่เสียหาย ได้ไม่ได้ยังไงจะได้รู้ว่ามีแฟนไม่มีแฟน”

พอ พรงช 1 ไปสืบมาได้ว่าน้องใหม่ยังไม่มีแฟน คราวนี้พรงช.1 ก็เริ่มมีความกระดี๊กระด๊าอยากติดต่อประสานงานข้ามแผนกกับน้องใหม่ โดยมีพี่หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานผู้หญิงให้ท้าย อย่างเช่น

พรงญ 1: “*พรงช 1* ไปถามน้องเค้าให้หน่อยสิ เอาใบ xxxx ของลูกค้า xxxx มาได้เปล่า?”

หรือ

พรงญ 1: “พี่ *พรงช 1* มีลูกค้าเจ้านี้โคงานกับน้อง *น้องใหม่คนนั้น* อ่ะพี่ เขาให้ทางเราช่วยดูด้วย พี่จะเทคงานนี้เลยไหม?”

และอีกๆหลายอย่างที่อย่างน้อยชีวิตมนุษย์ออฟฟิศหนึ่งชีวิตคงจะต้องเคยได้ยินกันมาบ้างแหละ

คือ เราคิดว่า เออ มันก็เป็นเรื่องปกตินะ ของสวยๆงามๆใหม่ๆเข้ามามันก็เป็นที่จับตามองแหละ คนใหม่ๆใครๆก็เห่อกันแหละเนอะ แต่ว่าส่วนที่ฉันไม่เข้าใจจริงๆเลยก็คือ “ทำไมวะ ทำไมผู้หญิงด้วยกันนี่แหละ กลับเป็นคนเสี้ยมให้ผู้ชายคนนึงไปหยอดใส่ผู้หญิงคนอื่น ทั้งๆที่รู้กันทั้งบางว่าผู้ชายคนนั้นแม่งก็มีแฟนอยู่แล้ว”

จนเราก็นึกถึงสิ่งที่อาจารย์บอกในคาบที่เรียนวรรณคดีเม็กซิกันอ่ะว่า “แท้จริงแล้ว dynamic ของการที่เพศชายกดเพศหญิง มันไม่ได้ถูกแสดงออกมาชัดเจนเท่าผู้หญิงกดผู้หญิงด้วยกันเอง”  เออ …มันก็อาจจะจริงเปล่าวะ ผู้หญิงด่าผู้หญิงด้วยกันสาดเสียเทเสีย ผู้หญิงที่ purify ตัวเองว่าตนนั้นอยู่ในครรลองของสังคมมากกว่าผู้หญิงคนอื่นแล้วมาชี้หน้าตัดสินผู้หญิงคนอื่นให้ต่ำกว่าตัวเอง จนกระทั่งเคสแบบนี้ ผู้หญิงเนี่ยแหละที่ทำการเสี้ยมให้ผู้หญิงคนอื่นเป็น optional choice ให้กับผู้ชายท่านอื่น….

*เกาหัวไปสิ*

บางทีเราก็คิดนะว่า สังคมตะวันตกจะมีแบบนี้ไหมวะกับการที่เพื่อนๆด้วยกันยุแยงให้เพื่อนอีกคนกระทำการนอกใจอ่ะ? โอเค ก็รู้นะว่ามันเป็นเรื่องขำๆ แซวๆกัน แต่ก็เพราะว่าแม่งมีแต่คนมองตื้นๆให้เป็นเรื่องขำๆไง จนมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วอ่ะ ไม่มีใครมองให้ลึกว่านี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุรึเปล่าที่ทำให้สังคมไทยเรามีปัญหาชี้ช้ำกับการที่คนเรานอกใจกันอ่ะ มันไม่ขำนะเว่ย แก ชาติอื่นๆแม่งเขาเอาเรื่องที่สังคมเรามีการนอกใจกันจนเป็นเรื่องดาษดื่นไปล้อเลียนกันอ่ะ ใครรู้จักสังคม expats ดีจะเข้าใจ แล้วเป็นสาเหตุทำไมคนต่างชาติเลยชอบตั้งแต่แง่ว่า ผู้ชายไทยไม่คู่ควรกับการมีผู้หญิงดีๆ เพราะผู้ชายไทยขึ้นชื่อว่าหน้าหม้อหรือเจ้าชู้ไปทั่ว ไปลองอ่านบอร์ดฝรั่งเอาดิ ขำไม่ออกนะมึง

แม้แต่ล่าสุด ก็มีเหตุการณ์ว่า

พรงช. 3 (นี่ก็มีแฟนแล้ว): “มากินที่ร้าน xxx ยังหาเด็กไม่ได้สักคนเลยพี่”

พรงญ. 4: “เอาน่า ใจเย็นๆ เดี๋ยวจังหวะดีๆ เด็กมันก็มาเอง”

(ป.ล. เด็กในที่นี้คือเด็กเชียร์เบียร์ แต่เราก็เข้าใจว่า นอกจากจะเชียร์เบียร์แล้วมานั่งคุยกันผิวเผินทั่วไป ต่อไปก็คงมีการแลกไลน์คุยกันต่ออีกล่ะมั้ง?)

 

โอ๊ย นี่ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจผู้หญิงในประเทศร่วมสัญชาติเดียวกันเลยว่ะ ทำไมวะ ใครก็ได้บอกที ทำไมมันกลับกลายเป็นสิ่งที่ดูธรรมดา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วไปในสังคมเราแบบนี้ และที่สำคัญ การยุแยงส่งเสริมเช่นนี้มันเกิดขึ้นในหมู่ผู้หญิงด้วยกันเอง!

โอเค โพสท์นี้เราจะไม่ทำการค้นหาความจริง จะไม่ทำการวิเคราะห์สังคม ไม่ทำการสืบประวัติศาสตร์เชิงมานุษยวิทยาในสังคมไทยเชี่ยไรทั้งสิ้น ขี้เกียจ ค้นไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เพื่อนร่วมงานด้วยกันจะทำแบบนี้ไปทำไม? ไว้ว่างๆค่อย find out เนอะ

 

จบการบ่นประจำวัน

BoBo

Advertisements